msgbartop
Just another THai Pay Online Shop weblog
msgbarbottom

10 Mar 09 Intel เปิดเผยเทคโนโลยีการผลิตโปรเซสเซอร์แบบ 32 นาโนเมตรเป็นครั้งแรกของโลก

ความก้าวหน้าทางการพัฒนาเทคโนโลยีโพรเซสเซอร์ที่ลดลงจาก 45 นาโนเมตร เป็น 32 นาโนเมตร


จากการแถลงข่าวที่ทาง Intel ได้จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ซานฟานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยถึงความก้าวหน้าทางการพัฒนาเทคโนโลยีโพรเซสเซอร์ที่ลดลงจาก 45 นาโนเมตร เป็น 32 นาโนเมตร โดยในการสาธิตประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ที่ทำการผลิตด้วยเทคโนโลยี 32 นาโนเมตรนี้จะเป็นการทดสอบทางด้านของ Desktop (PC) และ Laptop (Notebook) ก่อน โดยการผลิตโปรเซสเซอร์ Desktop และ Laptop ด้วยเทคโนโลยี 35 นาโนเมตรนี้ ทาง intel ได้ตั้งชื่อให้ว่า “Westmere” (เวสท์เมียร์) โดยจะเริ่มผลิตในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2552 โดยขั้นตอนการผลิตโปรเซสเซอร์แบบ 32 นาโนเมตรนี้จะส่งผลให้การทำงานของโปรเซสเซอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทาง intel ได้แจ้งว่า “จะทยอยนำโปรเซสเซอร์ที่ใช้ในขั้นตอนการผลิน Westmere นี้ไปใช้กับ Desktop , Laptop และ Saver ตามลำดับ”

ขั้นตอนในการผลิตโปรเซสเซอร์ด้วยเทคโนโลยี 32 นาโนเมตรนี้ จะผลิตด้วยเทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ที่มี Hi-K metal gate อยู่ด้วย

Hi-K metal gate คืออะไร??

Hi-K เป็นเทคโนโลยีที่ Intel ได้พัฒนาขึ้นมาจากการผลิตทรานซิสเตอร์ โดยคุณสมบัติของเทคโนโลยีนี้คือ จะช่วยลดการรั่วของกระแสไฟฟ้าภายในทรานซิสเตอร์ ที่มีผลต่อการออกแบบขนาดการผลิตที่เล็กและการใช้พลังงาน เมื่อเปรียบเทียบกับในรุ่นก่อน ๆ อย่าง 45 นาโนเมตรซึ่งใช้ เทคโนโลยี Hi-K นี้เช่นกันในการผลิต จะเห็นได้ว่าด้วยขนาดที่เล็กลงทำให้การลงทรานซิสเตอร์เข้าไปในโปรเซสเซอร์ทำได้ง่ายขึ้น มีผลทำให้การใช้พลังงานลดลงไปด้วย

คุณสมบัติของโปรเซสเซอร์ที่ใช้กระบวนการผลิต “Westmere”

-เทคโนโลยี Intel Turbo Boost : เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเร่งการทำงานของคอร์ที่ไม่ได้ทำงานอยู่ในขณะนั้น เพื่อเร่งประสิทธิภาพในการประมวลผลของโปรเซสเซอร์
-เทคโนโลยี Intel Hyper-Threading (2 C 4 T)

แคชมีขนาดถึง 4 MB พร้อมทั้ง integrate Memory Controller (IMC) รองรับ DDR 3 -2ch

-เนื่องจากการผลิตด้วยเทคโนโลยี 32 นาโนเมตรนี้ทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับลงระบบกราฟิกในตัวเพื่อรองรับการทำงานของการใช้การ์ดจอแยกและสลับการทำงานระหว่างกราฟิกในตัวของโปรเซสเซอร์และการ์ดจอ
ตารางรหัส ของ Nahalem และ Westmere และรายละเอียดทั้งหมด

-Desktop เครื่อง PC : ในส่วนของ High-End ในส่วนของ Nelgalem (45nm) รหัส Bloonfield จะมีแกนประมวลผล 4 Core กับ 8 Task ในส่วนของ Mainstream จะเป็นรหัส Lynnfield โดยจะมีแกนประมาวผล 4 Core กับ 8 Task และ Westmere (32 nm) มีรหัสที่ชื่อว่า Guftown มีแกนประมวลผลเพิ่มขึ้นเป็น 6 Core 12 Task ในด้านกลุ่ม Desktop ในระดับกลาง- ล่าง จะเป็นรหัส Ckarkdale จะมีแกนประมวลผลเพียง 2 Core 4 Tesk เนื่องจากมีชิบประมวลผลกราฟฟิก (iGFX)
-Mobile เครื่อง Netbook และ Notebook : ในส่วนของ Nelgalem (45nm) รหัส Arrandale มีแกนประมวลผล 2 Core 4 Tesk และมีชิบประมวลผลกราฟฟิกใส่รวมไปด้วย
-ในส่วนของ Server ทาง intel ในส่วนของ 32 นาโน นั้นยังไม่เปิดเผยรายละเอียดมากพอ

เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.intel.com/pressroom

Tags: , , , , ,

29 Oct 08 โนเกียรุกตลาดบริการผ่านอินเตอร์เน็ต เปิดบริการ N-Gage

โนเกียรุกตลาดบริการผ่านอินเตอร์เน็ต เปิดบริการ N-Gage

กรุงเทพฯ 27 ตุลาคม 2551 – โนเกียส่ง N-Gage บริการเกมบนมือถือลงตลาดไทย เปิดให้ลูกค้าโนเกียได้ค้นหา ทดลองเล่น และเลือกซื้อเกมคุณภาพสูงได้จากอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่โนเกียพร้อมชำระค่าบริการผ่านผู้ให้บริการระบบ ผู้เล่นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันผ่านชุมชนออนไลน์ N-Gage Arena ทั้งในรูปของการนัดพบกับเพื่อนๆ การหาผู้ร่วมเล่นเกมประเภทใช้ผู้เล่นหลายคน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนกระดานสนทนา และการแชทสดๆ ตลอดจนการเข้าร่วมการแข่งขันรายการต่างๆ และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย

Nokia N-Gage

Nokia N-Gage

มร.วิภู ซาบาวาล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “N-Gage คือบริการเกมบนมือถือที่มุ่งสร้างสรรค์ประสบการณ์อันไร้ขีดจำกัดเพื่อให้ผู้คนจากทั่วโลกสามารถทดลองและเล่นเกมยอดนิยมได้อย่างสนุกสนานและง่ายดาย เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดบริการใหม่นี้ให้แก่ลูกค้า ซึ่งนับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพลิกโฉมอนาคตของวงการเกมบนมือถือ”

โนเกีย N-Gage ประกอบด้วยเกมยอดนิยมที่มีความสวยงามทางด้านกราฟฟิกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ได้แก่ เกมเชิงกลยุทธ์ กีฬา และการต่อสู้ผจญภัย ซึ่งออกแบบและพัฒนาเป็นพิเศษโดยบริษัทเกมชั้นนำสำหรับโนเกีย N-Gage โดยเฉพาะปัจจุบันมีเกมที่เปิดให้บริการทั้งหมด 20 เกม โดยมีเกมที่โดดเด่นอาทิ เกม Star Wars : The Force Unleashed โดย THQ Wireless, Reset Generation และ One โดย Nokia Publishing

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คอเกมสามารถเลือกและทดลองเล่นเกมคุณภาพสูงหลากหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกมที่มีให้บริการเฉพาะบนแพลทฟอร์ม N-Gage เท่านั้น โนเกีย N-Gage โดดเด่นในเรื่องของชุมชนออนไลน์และภาพกราฟฟิกอันสวยงามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่

ลูกค้าโนเกียที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่น N-Gage บนโทรศัพท์มือถือ จะสามารถสร้างรายชื่อเพื่อน ส่งและรับข้อความส่วนตัวและร่วมแชทในรูปแบบข้อความ ตลอดจนสะสมคะแนน N-Gage เพื่อเล่นเกมและร่วมกิจกรรมของชุมชนออนไลน์ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถสัมผัสสุดยอดประสบการณ์ความมันส์ผ่านเว็บไซด์ N-Gage บนเครื่องพีซี และใช้เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารกับชุมชน N-Gage ซื้อเกมใหม่ๆ และดาวน์โหลดเกมผ่านพีซีไว้เล่นบนโทรศัพท์มือถือที่รองรับ N-Gage

สำหรับอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ของโนเกียที่รองรับ N-Gage ได้แก่ โนเกีย N81 โนเกีย N81 8GB โนเกีย N82 โนเกีย N95 โนเกีย 5320 XpressMusic โนเกีย N95 8GB โนเกีย N79 โนเกีย N85 และโนเกีย N96

N-Gage

N-Gage

มร. เฮนรี่ พัน ผู้บริหารเกมสำหรับลูกค้ารายใหญ่ประจำตลาดเอเชีย แปซิฟิก บริษัท เกมลอฟท์ กล่าวว่า “แพลทฟอร์ม N-Gage ทำให้เราสามารถมอบความบันเทิงจากสุดยอดประสบการณ์เกมแบบเคลื่อนที่แก่ผู้เล่นได้อย่างกว้างขวางผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รองรับ N-Gage” และเสริมว่า “การนำเสนอเกมบน N-Gage นับเป็นโอกาสมหาศาล เพราะหมายถึงผู้คนนับล้านคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงเกมหลากหลายประเภทที่มีภาพกราฟฟิกสวยงาม ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ และเข้าถึงชุมชนคอเกมได้อย่างรวดเร็วด้วยอุปกรณ์ในมือคุณ” การชำระค่าเกมทำได้ง่ายดายผ่านบัตรเครดิต ผู้ให้บริการระบบอย่างดีแทค และผ่านผู้ให้บริการระบบรายอื่นๆในอนาคต

ลูกค้าโนเกียสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น N-Gage ได้ที่ www.n-gage.com จากโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องพีซี ซึ่งจะมีการอัพเดท เกม และบริการใหม่ๆ ตลอดจนรายชื่อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่รองรับ N-Gage อย่างสม่ำเสมอเกมมีราคาตั้งแต่ 45 – 279 บาทสำหรับการเล่นรายวันจนถึงสามารถเล่นได้โดยไม่มีกำหนดเวลา โดยทุกเกมเปิดให้เข้าทดลองเล่นฟรีก่อนตัดสินใจซื้อ

หมายเหตุ

*รายชื่อเกมที่พัฒนาโดย Gameloft ได้แก่ Asphalt 3: Street Rules, Block Breaker Deluxe, Brothers In Arms, Brain Challenge, Midnight Pool และ Dogz

เกี่ยวกับ N-Gage

N-Gage คือ บริการเกมบนมือถือที่สามารถใช้ได้กับมัลติมีเดียคอมพิวเตอร์โนเกีย Nseries และโทรศัพท์เคลื่อนที่ในตระกูล S60 เวอร์ชั่น 3 โดยลูกค้าสามารถเข้าค้นหา ทดลองเล่น ซื้อ เล่น และจัดการกับไฟล์เกมคุณภาพได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ และผู้เล่นอื่นๆ ใน N-Gage Arena ซึ่งเป็นชุมชนเกมบนมือถือของโนเกีย นอกจากนี้ โนเกียยังได้ร่วมมือกับบริษัทเกมชั้นนำของโลกในการพัฒนาเกมหลากหลายประเภท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.n-gage.com

Tags: , , , , , , ,

20 Oct 08 Nikon D60 กล้อง DSLR สมบูรณ์แบบสำหรับมือใหม่

Nikon D60

Nikon D60

กล้อง D60 เป็นกล้อง DSLR ระดับเริ่มต้น ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รุ่นล่าสุดที่ทาง Nikon ได้ออกวางจำหน่าย เพื่อรับช่วงต่อจากกล้อง รุ่น D40x ที่ได้รับความนิยมและการยอมรับจากช่างภาพมือใหม่ ที่ต้องการกล้องถ่ายภาพที่มีประสิทธิภาพและง่ายต่อการใช้งาน

รูปทรงโดยรวมของ D60 ยังคงดูใกล้เคียงกับกล้องรุ่น D40x รุ่นพี่ค่อนข้างมากทั้งในส่วนของเส้นสายและสันเหลี่ยมของตัวกล้อง รวมถึงขนาดของตัวกล้องที่เล็กกะทัดรัด แต่สามารถจับถือได้อย่างถนัดมือด้วยกริปมือจับขนาดใหญ่ทางด้านหน้าของกล้อง ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับเลนส์คิทรุ่นใหม่ขนาด 18-55 มม.VR แล้วทำให้กล้องดูมีขนาดใหญ่และยาวกว่ากล้อง DSLR ระดับเริ่มต้นของคู่แข่งอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

Nikon ยังคงรักษามาตรฐานในการผลิตไว้ได้ดีเช่นเคย ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุและการประกอบบอดี้ที่ประณีตแข็งแรงสร้างความรู้สึกที่ดี แน่นหนา เมื่อหยิบกล้องขึ้นมาเพื่อใช้งาน จากการที่กล้อง D60 ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใช้มือใหม่และผู้ที่ต้องการฝึกฝนพัฒนาฝีมือในการถ่ายภาพให้ก้าวหน้าขึ้นจากการใช้กล้องแบบคอมแพคท์ รูปแบบการจัดวางปุ่มควบคุมและการแสดงผลหน้าจอโดยรวมทั้งหมดจึงมีความเรียบง่าย ละเอียดชัดเจน ซึ่งช่างภาพที่มีประสบการณ์อาจจะพบว่ารูปแบบนี้อาจจะยังไม่ค่อยถูกใจนัก โดยผู้ใช้ต้องทำการกดปุ่ม “INFO” ทางด้านหลังของกล้องเพื่อเรียกดูข้อมูลต่างๆ ขึ้นมาดู จากนั้นจึงใช้แป้นควบคุมทำการไฮไลต์บนค่าที่ต้องการปรับตั้งแล้วจึงค่อยตั้งค่าตามที่ต้องการ แป้นปรับโหมดถ่ายภาพหลักด้านบนของตัวกล้องมีขนาดใหญ่ หมุนปรับได้อย่างแม่นยำ โดยมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่โหมดโปรแกรมอัตโนมัติ (P) โหมดปรับตั้งช่องรับแสงเอง (A) โหมดปรับตั้งความเร็วชัตเตอร์เอง (S) โหมดแมนนวล (M) รวมถึงโหมดโปรแกรมดิจิทัลอัตโนมัติสำเร็จรูป (Digital Vari-Programs) ที่มีให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ถ่ายภาพ อาทิ โหมดอัตโนมัติแบบเล็งแล้วถ่าย(Auto Mode) โหมดถ่ายภาพบุคคล โหมดถ่ายภาพทิวทัศน์ โหมดถ่ายภาพกีฬา โหมดถ่ายภาพระยะใกล้ เป็นต้น

กล้อง D60 ได้ถูกบรรจุฟังก์ชันใหม่ที่มีประโยชน์เข้าไป ได้แก่ ระบบกำจัดฝุ่นรุ่นล่าสุด (New Dust Removal System) ที่มีประสิทธิภาพโดยจะทำงานทุกครั้งเมื่อทำการเปิดหรือปิดกล้องให้โดยอัตโนมัติ ควบคู่กับระบบ Air Flow Control System ที่มีการออกแบบให้มีการหมุนเวียนของอากาศเพื่อกักฝุ่นภายในช่องกระจกสะท้อนภาพช่วยให้ฝุ่นผงตกลงไปและถูกเก็บเอาไว้ที่บริเวณฐานเก็บฝุ่นด้านล่างอย่างได้ผล รวมถึงระบบการปิดหน้าจอ LCD โดยอัตโนมัติ ด้วยเซ็นเซอร์ที่ถูกติดตั้งเพิ่มไว้ที่บริเวณด้านล่างของช่องมองภาพ ซึ่งจะทำการปิดหน้าจอ LCD ให้ดับลงทุกครั้งที่ยกกล้องขึ้นเพื่อเล็งภาพ ทำให้ตัดปัญหาแสงรบกวนจากจอ LCD ที่ยังคงสว่างตลอดดังที่เคยพบในรุ่น D40 และ D40x ซึ่งจะดับไปก็ต่อเมื่อทำการกดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งก่อนทุกครั้ง นอกจากนี้กล้องยังทำการหมุนภาพบนจอ LCD ให้ทุกครั้งที่ทำการหมุนกล้องใช้งานในแนวตั้งอีกด้วยทำให้สะดวกมากในการชมภาพหรือดูข้อมูลการถ่ายภาพที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วชัดเจนบนจอ LCD ขนาด 2.5 นิ้ว ที่คมชัด รวมถึงการจำลองภาพช่องรับแสงที่จะปรับเปลี่ยนขนาดให้เห็นอย่างชัดเจนไปตามขนาดช่องรับแสงที่ทำการปรับเลือกจากตัวกล้องและสเกลแสดงค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ถูกวางไว้รอบๆ ของภาพช่องรับแสงที่ง่ายต่อการมองและง่ายต่อความเข้าใจ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับมือใหม่ที่ยังมีความสับสนในการตั้งค่าเปิดรับแสง

กล้อง D60 ใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ CCD ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล ควบคู่ไปกับระบบประมวลผล EXPEED ที่ให้การประมวลผลที่รวดเร็วแม่นยำ ลดการเกิด Noise อย่างได้ผล แม้จะใช้ค่า ISO ที่สูงกว่าปกติ โดยที่กล้องสามารถเริ่มต้นใช้งานได้แทบจะในทันทีเพียง 0.19 วินาที หลังจากเปิดสวิทซ์ และถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็ว 3 ภาพต่อวินาทีได้อย่างต่อเนื่องถึง 100 ภาพ ในแบบ JPEG ทำให้กล้อง D60 มีการใช้งานที่คล่องแคล่วรวดเร็วเช่นเดียวกับกล้องแบบคอมแพคท์แต่ให้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมได้อย่างน่าประทับใจ

เลนส์คุณภาพเยี่ยม
กล้อง D60 มาพร้อมกับเลนส์ Nikkor 18-55 มม. VR ซึ่งเป็นเลนส์คิทรุ่นใหม่ที่มีขนาดกระบอกเลนส์ที่ใหญ่อวบอ้วน จับได้กระชับมือ ที่มาพร้อมกับระบบป้องกันการสั่นไหว (Vibration Reduction) ติดตั้งอยู่ในตัวเลนส์ VR ตัวนี้สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในด้านคุณภาพการผลิตที่เรียบร้อย ประณีต วงแหวนปรับซูมขนาดใหญ่ที่มีความหน่วงมือหมุนปรับได้อย่างพอเหมาะ สวิทช์เปิดปิดระบบ VR และโหมดโฟกัสถูกวางตำแหน่งไว้ทางด้านข้างอย่างลงตัว การโฟกัสภาพก็ทำได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ ซึ่งระบบป้องกันการสั่นไหวของเลนส์ VR ตัวนี้สามารถสร้างความมั่นใจเมื่อต้องทำการถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำมากกว่าปกติ ในสถานการณ์แสงที่น้อยมากๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องหรือใช้แฟลชช่วยในการบันทึกภาพ ทำให้ได้ภาพที่มีสภาพแสงสมจริงเป็นธรรมชาติ

Active D-Lighting

Active D-Lighting

ลูกเล่นที่ครบครัน
กล้อง D60 มีออปชั่นเสริมในการถ่ายภาพที่มีประโยชน์ให้เลือกใช้มากมายตั้งแต่โหมดแฟลชที่หลากหลายทั้งในแบบอัตโนมัติ แบบสัมพันธ์ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ (SLOW) แบบสัมพันธ์ม่านชัตเตอร์ชุดหลัง(REAR) แบบป้องกันตาแดง เป็นต้น หรือจะเป็นออปชั่นการปรับค่าคอนทราสต์และโทนสีภาพตั้งแต่ Standard, Softer, Vivid และ Vivid + Black and White ซึ่งกล้องจะทำการปรับโทนภาพให้มีลักษณะภาพที่แตกต่างกันไปตามความชอบของช่างภาพแต่ละคน ในขณะที่ช่างภาพที่ชื่นชอบการปรับตั้งค่าด้วยตัวเองก็ยังคงสามารถควบคุม ค่าการเปิดรับแสงได้จากโหมดถ่ายภาพแบบ PASM ได้อย่างเต็มที่ตามความต้องการ

นอกจากนี้แล้ว D60 ยังมีฟังก์ชัน Active D-Lighting ที่โดดเด่นเช่นเดียวกับที่พบได้ในกล้องรุ่นใหญ่อย่าง D300 และ D3 โดยระบบ Active D-Lighting จะทำการเฉลี่ยค่าโทนแสงในเงามืดและความละเอียดของโทนภาพในส่วนสว่างได้อย่างสวยงาม โดยยังคงรักษารายละเอียดของโทนกลาง (Midtones) ในภาพเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ไม่เพียงเท่านี้ D60 ยังมีลูกเล่นในการปรับแต่งภาพได้โดยตรงภายในกล้อง (Retouch Menu) ที่มีประโยชน์และสามารถเลือกใช้งานได้อย่างหลากหลายและง่ายดาย รวมถึงโปรแกรมแปลงไฟล์ RAW (NEF (RAW) Processing) ช่วยให้ทำการแปลงไฟล์ RAW ได้จากตัวกล้องโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ หรือจะใช้โปรแกรม View NX ที่มีมาให้กับกล้องเพื่อใช้งานก็ได้

กล้อง D60 จึงเป็นกล้องแบบ DSLR ระดับเริ่มต้นที่เรียบง่ายแต่เพียบพร้อมไปด้วยฟังก์ชันที่มีประโยชน์สำหรับถ่ายภาพและยังสามารถให้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูงได้อย่างน่าประทับใจ ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายในการใช้งานที่ชัดเจนไม่สันสน ทำให้นี่เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกแห่งการสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่สวยงามได้อย่างมั่นใจ

Nikkor VR ขนาด 18-55 มม.

รายละเอียดภาพ
เลนส์ Nikkor VR ขนาด 18-55 มม. รุ่นใหม่สามารถถ่ายทอดสีสันออกมาได้อย่างสวยงามเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการโฟกัสภาพที่รวดเร็วและแม่นยำ คมชัดได้ในทุกสภาพแสง

กล้อง DSLR ระดับเริ่มต้นราคาประหยัด สมบูรณ์แบบสำหรับมือใหม่

Tags: , , ,

My Link

Counter Service

รวยด้วยคอมเมนท์ Hi5!!