Basic Information

ข้อมูลพื้นฐานที่บ่งบอกว่าโน้ตบุ๊คไซส์เล็กตัวนี้เลือกใช้ซีพียู VIA C7-M พร้อมกับแรมที่ถูกแชร์ไปจาก 2GB จนเหลือเพียง 1.7GB เท่านั้น นอกจากนี้มันยังบอกให้เรารู้ด้วยว่าได้ทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows Vista Business มาให้

คะแนนในส่วนของ Windows Experience Index หรือ WEI จะอยู่ที่ 2.0 ซึ่งถือว่าค่อนข้างน่าผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ช่วยให้เราได้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ได้รับการประเมินจาก Microsoft Windows Vista Business ได้เป็นอย่างดี (ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ Microsoft ประกาศสำหรับการใช้ฟีเจอร์ 3 มิติ ซึ่งต้องได้คะแนนสูงกว่า 3.0 ขึ้นไป อย่างไรก็ตามเราก็สามารถเปิดใช้ฟีเจอร์ 3 มิติ เช่น Glass Windows หรือ Flip 3D ได้อย่างสมบูรณ์ แม้จะอืดๆ ไปบ้างก็ตาม)

ความละเอียดหน้าจอสูงสุดที่รองรับได้คือ 1024×768 พิกเซล ซึ่งถือว่าเป็นขนาดมาตรฐานของมอนิเตอร์ทั่วไป แถมช่วยให้มันดูเหนือกว่าโน้ตบุ๊คขนาดเล็กตัวอื่นๆ ที่มักจะใช้ความละเอียด 1024×600 พิกเซล เท่านั้น
CPU-Z

ข้อมูลจาก CPU-Z แสดงให้เห็นว่า HP 2133 เครื่องนี้ ติดตั้งซีพียู VIA C7-M ซึ่งมีความเร็ว 1.6GHz โดยมี FSB อยู่ 800MHz และระดับ L2 Cache ที่ 128Kbytes อย่างแม่นยำ

ในส่วนของการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับแคช ก็ถูกต้องทั้งหมด ซึ่งส่วนของ L2 Cache จะมีขนาด 128Kbytes ซึ่งถือว่าค่อนข้างเล็กกว่าระดับ L2 Cache ของค่าย Intel และ AMD อยู่มากทีเดียว

ข้อมูลเกี่ยวกับเมนบอร์ดที่ใช้ใน HP 2133 เครื่องนี้ ถูกระบุว่า HP เป็นผู้ผลิตด้วยตัวเอง (ไม่ระบุว่า OEM จากบริษัทไหน) ส่วนของชิพเซตฝั่ง Northbridge ก็เป็น VIA CN896 ส่วน Southbridge จะเป็น VIA VT8237S

ข้อมูลเกี่ยวกับ RAM แสดงให้เห็นว่า HP 2133 เครื่องนี้เลือกใช้หน่วยความจำแบบ DDR2-533 (333MHz) โดยมีความจุ 2GB ด้วยกัน แต่เป็นแบบ Single Channel เท่านั้น

สำหรับหน่วยความจำที่เลือกใช้ก็มาจากบริษัท Samsung นั่นเอง อย่างไรก็ตามมันก็ดูจะไม่สามารถเพิ่มแรมเข้าไปได้อีก เนื่องจากสล็อตสำหรับใส่แรมใน HP 2133 มีให้มาเพียงสล็อตเดียวเท่านั้น (เพื่อประหยัดพื้นที่ในการออกแบบตัวเครื่อง)
PCMark05


คะแนนการทดสอบด้วยโปรแกรม PCMark05 ได้ไปเพียง 772 คะแนน ซึ่งถือว่าต่ำมากๆ นอกจากนี้เมื่อแยกย่อยออกมาเป็นส่วนๆ ก็ได้คะแนนซีพียูที่ 841 แต้ม ส่วนคะแนนของระบบกราฟิกก็ได้ไปเพียง 317 แต้ม ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ อย่างไรก็ตามคะแนนในส่วนของฮาร์ดดิสก์ก็พอจะช่วยฉุดคะแนนส่วนอื่นๆ กลับมาได้บ้าง โดยได้ไป 3,478 แต้ม
3DMark03



ผลการทดสอบด้วยโปรแกรม 3DMark03 ก็แสดงให้เห็นว่า HP 2133 เครื่องนี้คงไม่เหมาะกับการนำไปเล่นเกมหนักๆ เพราะได้คะแนนไปเพียง 342 แต้ม ซึ่งคงเล่นได้เฉพาะเกมเก่าๆ ประมาณ 2-3 ปีก่อนเท่านั้น (แบบปรับความละเอียดปานกลาง)
3DMark05



ต่อกันที่การทดสอบด้วย 3DMark05 ซึ่งได้คะแนนต่ำลงมาเหลือเพียง 159 แต้ม เนื่องจากเป็นการทดสอบที่ต้องดึงพลังการประมวลผลด้านกราฟิกจาก DirectX 9.0 ออกมาเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มันดูน่าเป็นห่วงในเรื่องการใช้งานด้านกราฟิกเข้าไปอีก (โดยเฉพาะการเล่นเกม)
3DMark06



ผลทดสอบด้วยโปรแกรม 3DMark06 ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับโปรแกรมเวอร์ชันก่อนหน้า เพียงแต่คะแนนที่ออกมาค่อนข้างน่าใจหายสำหรับ HP 2133 เครื่องนี้ คือได้ไปเพียง 90 แต้ม เท่านั้น ตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันคงเหมาะจะเป็นโน้ตบุ๊คเพื่อการพกพาไปนอกสถานที่ของนักธุรกิจที่ไม่ปรารถนาจะเล่นเกมแต่อย่างใดจริงๆ
AquaMark3

ต่อกับการกลับมาทดสอบด้วย AquaMark3 เพื่อค้นหาความสามารถในการประมวลผลเกมมาตรฐาน ซึ่งคะแนนที่ออกมาก็ได้ไปเพียง 2,443 แต้ม ถือว่าต่ำมาก และในการทดสอบเราก็ได้เห็นอาการกระตุกเกือบทุกเฟรม ดังนั้น หากคุณคิดจะซื้อเพื่อนำไปเล่นเกม เราแนะนำให้คุณมองหาโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันจะดีกว่า
Performance Test




คะแนนที่เราได้รับจากการทดสอบด้วยโปรแกรม Performance Test นั้น มันได้ไปเพียง 83.2 แต้ม ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่า Asus Eee PC 900 (ได้ไป 141.3 แต้ม) อยู่เกือบๆ 60 คะแนน ทำให้เรายิ่งประหลาดใจกับประสิทธิภาพที่ต่ำในขณะที่ราคาสูงกว่า Asus Eee PC 900 อยู่หลายพันเลยทีเดียว
HD Tach

เสร็จจากการทดสอบด้านกราฟิกและประสิทธิภาพโดยรวม ก็มาถึงคิวของการทดสอบฮาร์ดดิสก์ด้วยโปรแกรม HD Tach ซึ่งด้วยการเลือกใช้ฮาร์ดดิสก์จากค่าย Fujitsu ก็ช่วยฉุดให้มันสามารถทำความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้ 108.6MB ต่อวินาที
HD Tune Pro

ส่วนการทดสอบหาอัตราเร็วในการเข้าถึงข้อมูล ก็อยู่ในระดับมาตรฐานของโน้ตบุ๊คที่ 18.2 มิลลิวินาที ด้านอัตราเร็วเฉลี่ยในการอ่านข้อมูลก็อยู่ที่ 37.3 MB ต่อวินาที (อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานโน้ตบุ๊คทั่วไปเช่นกัน)
Battery Monitor

อัตราการบริโภคแบตเตอรี่ของ HP 2133 เครื่องนี้ เราทำการทดสอบในโหมด High Performance ปรับความสว่างสูงสุด พร้อมกับเปิด Wi-Fi และรันโปรแกรมอื่นๆ ไปด้วย ซึ่งผลที่ได้ก็คือมันสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องที่ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น ดังนั้น หากคุณจำเป็นที่จะต้องนำออกไปใช้ข้างนอก ก็ควรปรับไปใช้โหมด Power Saver ซึ่งน่าจะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ไปได้อีกเกือบๆ 30 นาทีด้วยกัน



ด้านอัตราการชาร์จไฟเข้าเครื่องก็อยู่ที่ 10% ต่อ 7-8 นาที ด้วยกัน ซึ่งหากคุณต้องการชาร์จไฟให้เต็ม 100% ก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
จุดสังเกตขณะใช้งานในสถานะ 100% Full Loading

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งานของเรา คือเมื่อเราเปิดโปรแกรมทดสอบแบตเตอรี่ พร้อมกับเปิดเล่นอินเทอร์เน็ต และฟังเพลงผ่านโปรแกรม Windows Media Player มันกลับเรียกใช้พลังงานเต็ม 100% เลยทีเดียว ซึ่งข้อมูลตัวนี้ก็ช่วยยืนยันได้ว่ามันคงไม่เหมาะกับการทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันนั่นเอง