โนเกียรุกตลาดบริการผ่านอินเตอร์เน็ต เปิดบริการ N-Gage
กรุงเทพฯ 27 ตุลาคม 2551 – โนเกียส่ง N-Gage บริการเกมบนมือถือลงตลาดไทย เปิดให้ลูกค้าโนเกียได้ค้นหา ทดลองเล่น และเลือกซื้อเกมคุณภาพสูงได้จากอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่โนเกียพร้อมชำระค่าบริการผ่านผู้ให้บริการระบบ ผู้เล่นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันผ่านชุมชนออนไลน์ N-Gage Arena ทั้งในรูปของการนัดพบกับเพื่อนๆ การหาผู้ร่วมเล่นเกมประเภทใช้ผู้เล่นหลายคน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนกระดานสนทนา และการแชทสดๆ ตลอดจนการเข้าร่วมการแข่งขันรายการต่างๆ และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย

Nokia N-Gage
มร.วิภู ซาบาวาล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “N-Gage คือบริการเกมบนมือถือที่มุ่งสร้างสรรค์ประสบการณ์อันไร้ขีดจำกัดเพื่อให้ผู้คนจากทั่วโลกสามารถทดลองและเล่นเกมยอดนิยมได้อย่างสนุกสนานและง่ายดาย เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดบริการใหม่นี้ให้แก่ลูกค้า ซึ่งนับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพลิกโฉมอนาคตของวงการเกมบนมือถือ”
โนเกีย N-Gage ประกอบด้วยเกมยอดนิยมที่มีความสวยงามทางด้านกราฟฟิกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ได้แก่ เกมเชิงกลยุทธ์ กีฬา และการต่อสู้ผจญภัย ซึ่งออกแบบและพัฒนาเป็นพิเศษโดยบริษัทเกมชั้นนำสำหรับโนเกีย N-Gage โดยเฉพาะปัจจุบันมีเกมที่เปิดให้บริการทั้งหมด 20 เกม โดยมีเกมที่โดดเด่นอาทิ เกม Star Wars : The Force Unleashed โดย THQ Wireless, Reset Generation และ One โดย Nokia Publishing
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คอเกมสามารถเลือกและทดลองเล่นเกมคุณภาพสูงหลากหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกมที่มีให้บริการเฉพาะบนแพลทฟอร์ม N-Gage เท่านั้น โนเกีย N-Gage โดดเด่นในเรื่องของชุมชนออนไลน์และภาพกราฟฟิกอันสวยงามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่
ลูกค้าโนเกียที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่น N-Gage บนโทรศัพท์มือถือ จะสามารถสร้างรายชื่อเพื่อน ส่งและรับข้อความส่วนตัวและร่วมแชทในรูปแบบข้อความ ตลอดจนสะสมคะแนน N-Gage เพื่อเล่นเกมและร่วมกิจกรรมของชุมชนออนไลน์ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถสัมผัสสุดยอดประสบการณ์ความมันส์ผ่านเว็บไซด์ N-Gage บนเครื่องพีซี และใช้เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารกับชุมชน N-Gage ซื้อเกมใหม่ๆ และดาวน์โหลดเกมผ่านพีซีไว้เล่นบนโทรศัพท์มือถือที่รองรับ N-Gage
สำหรับอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ของโนเกียที่รองรับ N-Gage ได้แก่ โนเกีย N81 โนเกีย N81 8GB โนเกีย N82 โนเกีย N95 โนเกีย 5320 XpressMusic โนเกีย N95 8GB โนเกีย N79 โนเกีย N85 และโนเกีย N96

N-Gage
มร. เฮนรี่ พัน ผู้บริหารเกมสำหรับลูกค้ารายใหญ่ประจำตลาดเอเชีย แปซิฟิก บริษัท เกมลอฟท์ กล่าวว่า “แพลทฟอร์ม N-Gage ทำให้เราสามารถมอบความบันเทิงจากสุดยอดประสบการณ์เกมแบบเคลื่อนที่แก่ผู้เล่นได้อย่างกว้างขวางผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รองรับ N-Gage” และเสริมว่า “การนำเสนอเกมบน N-Gage นับเป็นโอกาสมหาศาล เพราะหมายถึงผู้คนนับล้านคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงเกมหลากหลายประเภทที่มีภาพกราฟฟิกสวยงาม ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ และเข้าถึงชุมชนคอเกมได้อย่างรวดเร็วด้วยอุปกรณ์ในมือคุณ” การชำระค่าเกมทำได้ง่ายดายผ่านบัตรเครดิต ผู้ให้บริการระบบอย่างดีแทค และผ่านผู้ให้บริการระบบรายอื่นๆในอนาคต
ลูกค้าโนเกียสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น N-Gage ได้ที่ www.n-gage.com จากโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องพีซี ซึ่งจะมีการอัพเดท เกม และบริการใหม่ๆ ตลอดจนรายชื่อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่รองรับ N-Gage อย่างสม่ำเสมอเกมมีราคาตั้งแต่ 45 – 279 บาทสำหรับการเล่นรายวันจนถึงสามารถเล่นได้โดยไม่มีกำหนดเวลา โดยทุกเกมเปิดให้เข้าทดลองเล่นฟรีก่อนตัดสินใจซื้อ
หมายเหตุ
*รายชื่อเกมที่พัฒนาโดย Gameloft ได้แก่ Asphalt 3: Street Rules, Block Breaker Deluxe, Brothers In Arms, Brain Challenge, Midnight Pool และ Dogz
เกี่ยวกับ N-Gage
N-Gage คือ บริการเกมบนมือถือที่สามารถใช้ได้กับมัลติมีเดียคอมพิวเตอร์โนเกีย Nseries และโทรศัพท์เคลื่อนที่ในตระกูล S60 เวอร์ชั่น 3 โดยลูกค้าสามารถเข้าค้นหา ทดลองเล่น ซื้อ เล่น และจัดการกับไฟล์เกมคุณภาพได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ และผู้เล่นอื่นๆ ใน N-Gage Arena ซึ่งเป็นชุมชนเกมบนมือถือของโนเกีย นอกจากนี้ โนเกียยังได้ร่วมมือกับบริษัทเกมชั้นนำของโลกในการพัฒนาเกมหลากหลายประเภท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.n-gage.com
Tags: 5320 XpressMusic, Asphalt 3, N-Gage, N79, N95 8GB, N96, Nokia, โนเกีย
ขอนำภาพเครื่อง PDA Phone รุ่นล่าสุดอีกรุ่นหนึ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอีกไม่นานนี้ เผอิญผมมีโอกาสได้ลองสัมผัสจับเครื่องจริงของ รุ่นนี้มาเรียบร้อยแล้วเลยขอนำภาพและความรู้สึกที่ได้ลองใช้งานเครื่องรุ่นนี้มาเล่าสู่กันฟัง เครื่องรุ่นนี้ชื่อเต็มๆ ว่า Mio Leap G50 หรืออีกชื่อว่า Lovebird เป็น PDA phone ที่ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง หน้าตาเครื่องรุ่นนี้ของ Mio จะแตกต่างจากเครื่องรุ่นอื่นๆที่เคยทำมา ก็คือเครื่องรุ่นนี้จะมาแนวเรียบทั้งตัว แบบคล้ายๆพวก iPhone หรือ Smasung Omnia ซึ่งเทรนเครื่องแนวแบบนี้ ในปีนี้กำลังฮิตมาก แทบทุกยี่ห้อต่างก็ทำตามๆกันหมด คงไม่ต้องบอกแล้วว่าจุดเริ่มมาจากเครื่องรุ่นไหน
สำหรับ Mio รุ่นนี้ตัวจริงปุ่มแทบไม่มีเลยครับ เป็นปุ่มแบบสัมผัสทั้งหมด หน้าจอเรียบกริบไม่มีขอบ เน้นใช้งานแบบ Software ที่เป็นTouch เป็นหลัก

PDA Phone Mio Leap G50
ตัวเครื่องตัวจริงขนาดไม่ใหญ่นะครับ ขนาดพอๆกับพวก HTC Touch แต่ตัวจะหนากว่าหน่อย เครื่องออกแนวเรียบๆ วัสดุที่ใช้ก็ดูโอเค ไม่ถึงกับหรูหราไฮโซสไตล์แบบพวก Sony Ericsson Xperia X1 แต่เรื่องวัสดุจัดว่าเข้าท่า ตัวเครื่องขนาดความหนาจะหนากว่าพวกเครื่อง HTC Touch หน่อย ทรงเครื่องมาแนวเหลี่ยมๆ โค้งบมนนิดหน่อย โดยรวมๆก็สวยดีดูแล้วไม่น่าเบื่อ

Mio Leap G50
ด้านหลังเครื่องเป็นแผ่นพลาสติกทั้งตัวเคลือบด้วยไวนิลกันลื่นสีดำด้านจับแล้วไม่เป็นรอยนิ้วมือติดครับ กล้องในเครื่องรุ่นนี้ดูเหมือนจะน้อยไปสักนิดตกเทรนไปหน่อย เพราะกล้องให้มาแค่ สองล้านพิกเซลเท่านั้นเอง

Mio
ขนาดเครื่องด้านข้างถ้าบางกว่านี้ได้อีกสักนิดหละแจ๋วเลย ด้านข้างก็เรียบๆเป็นพลาสติกดูแล้วจืดไปหน่อย

Mio Leap G50
บริเวณด้านหน้าออกแบบสไตล์คล้ายๆ iPhone แต่ดูไปดูมาผมว่ามันชักจะไปเหมือนกับ LG Prada ยังไงก็ไม่ทราบเหมือนกัน จุดเด่นเครื่องรุ่นนี้อยู่ที่ ปุ่มตรงกลางเป็นปุ่มแถบสัมผัส ที่มีไฟโชว์ตรงกลาง ใช้นิ้วรูดเลื่อนขึ้นลง การตอบสนองทำได้ค่อนข้างดีเหมือนกัน

PDA
ปุ่มด้านหน้ามีเพียงสามปุ่มเท่านั้นหละครับ เวลาไม่มีการใช้งานไฟตรงส่วนปุ่มนี้จะดับไปเอง ในปี 2008 นี้ทิศทางการออกแบบเครื่อง PDA Phone เปลี่ยนไปมากครับ ก่อนหน้านี้เครื่อง PDA Phone ที่เจ๋งและแจ๋ว จะต้องมีปุ่มช่วยการทำงานเยอะ มีรอบตัวเลยยิ่งดี กดกันมันส์เลย แต่พอมาปีนี้เครื่องรุ่นใหม่ๆออกแบบมาแนว เรียบๆปุ่มน้อยๆ ไม่จำเป็นต้องพึ่งปุ่มและ Stylus มากนัก เพราะอะไรหรือครับ?
ก็เพราะว่าเครื่องรุ่นปีใหม่ๆนี้ เค้าจะเน้น Software แบบ Touch Interface หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า Software ประเภท Gesture Control คือใช้นิ้วควบคุมการทำงานเป็นหลัก แม้ว่าระบบปฎิบัติการ Windows mobile จะไม่ได้ถูกออกแบบให้ความสะดวกในการใช้ Touch interface มากนัก แต่ผู้ผลิตแทบทุกราย ไม่ว่าจะเป็น HTC / ASUS / MWG ต่างก็คิดค้น Software ที่จะมาควบคุมครอบลงบน OS อีกที จะว่าเป็นผักชีโรยหน้าแปะไว้ก็ไม่เชิง เพราะการทำงานแบบ Touch interface ที่สมบูรณ์จริงๆนั้นมันจะไปอยู่ที่ Windows mobile 7 มากกว่า

GSM quad band GPRS, and EDGE
ปุ่มเปิดปิดจะอยู่บริเวณด้านบนครับ
Tags: Bluetooth, EDGE, GPRS, GPS encode, GSM, Mio Leap G50, PDA, WiFi
Need for Speed: ProStreet นับเป็นซีรีส์ล่าสุดของเกมในตระกูล Need for Speed และหากนับเวลาของซีรีส์ชุดนี้ก็มีอายุกว่า 13 ปีแล้ว โดย
Need for Speed: ProStreet นั้น ได้เปลี่ยนแนวทางการขับขี่บนท้องถนนที่เรียกว่าแบบ “สตรีทเรซซิ่ง” ซึ่งสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการขับขี่ให้กับผู้เล่นได้ด้วยการเน้นไปที่การแสดงออก และการตอบสนองของรถยนต์ อย่างรวดเร็วทันใจ ซึ่งมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น ก่อนการแข่งขันในแต่ละสนามนั้น คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศที่มันส์สุดเหวี่ยง มีการเปิดดนตรีจากดีเจข้างขอบสนาม บวกกับการเต้นของสาวๆ โคโยตี้เพื่อเพิ่มบรรยากาศก่อนการแข่ง
ก่อนที่คุณจะนำรถของคุณลงสนามก็จะต้องมีการตกแต่งรถยนต์กันก่อน คุณจะได้พบกับเครื่องมือที่สามารถปรับแต่งรถได้อย่างละเอียดยิบมากกว่าภาคที่ผ่านมา ซึ่งในภาค ProStreet การตกแต่งรถของเรามันจะไม่ใช่สวยแค่ภายนอกอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะส่งผลโดยตรงถึงการตอบสนองและประสิทธิภาพของรถอีกด้วย อย่างการปรับเปลี่ยนรูปร่างของสปอยเลอร์ ก็จะส่งผลต่อแรงต้านของรถในการแหวกอากาศ การใส่โครงสร้างเหล็กเพื่อป้องกันการบุบของตัวถังรถ การเปลี่ยนขนาดของยางและล้อรถ เป็นต้น และพวกอะไหล่หายากบางอย่างที่ใช้ปรับแต่งรถจะได้มาจากการชนะรายการแข่งจากสนามเท่านั้น
ส่วนการใช้ไนตรัส (N2O) ในภาค ProStreet นั้นจะกำหนดการใช้ในแต่ละครั้ง เมื่อใช้แล้วจะไม่สามารถชาร์จเพื่อเพิ่มไนตรัสได้อีกเหมือนดังที่ผ่านมา (ตรงนี้ผมว่าเป็นแบบเดิมจะดีกว่านะ) ดังนั้นในการใช้ไนตรัสเพื่อเพิ่มความเร็วในแต่ละครั้ง จำเป็นต้องรอจังหวะและดูความได้เปรียบก่อนจึงจะใช้ไนตรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขณะที่คุณกำลังวาดลวดลายบนสนามแข่งอยู่นั้น หากต้องการเข้าโค้งให้ได้เปรียบคู่แข่งจำเป็นต้องหักพวงมาลัยตามไกด์ไลน์ที่เป็นเส้นสีเขียวตามที่กำหนดไว้ก็จะชิงความได้เปรียบทันที
สำหรับโหมดการแข่งขันภายในเกมยังคงเป็นการทดสอบความสามารถและทักษะการขับรถในด้านต่างๆ เช่น กริปเป็นการแข่งขันแบบเซอร์กิตที่เราจะต้องนำหน้าและแซงผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเพื่อชิงอันดับที่หนึ่งเอาไว้ให้ได้ ดังนั้นการปรับแต่งรถของเราให้เจ๋งสุดๆ บวกกับทักษะการการแข่งรถนับเป็นทริกในการเอาชนะในโหมดนี้ได้ โหมดดริฟต์นั้นจะเป็นการทำคะแนนจากการดริฟต์ไปยังด้านข้างขอบถนน ช่วงนี้ควบคุมทิศทางทางและย้ำคันเร่งให้ดี เพราะรถอาจจะดิ่งลงข้างทางและทำให้เสียโอกาสการทำคะแนนได้ ส่วนการแดร็กนับเป็นโหมดที่มีการเล่นในรูปแบบเดิมคือ เป็นสนามแข่งที่ทดสอบจังหวะการเร่งของเครื่องยนต์รวมถึงการเปลี่ยนเกียร์ หากเปลี่ยนเกียร์เร็วเกินไปจะทำให้รถออกตัวช้าเนื่องจากสูญเสียกำลังในการขับเคลื่อน หากเปลี่ยนเกียร์ช้าเกินไปเครื่องยนต์อาจลุกไหม้ได้ ให้สังเกตที่เครื่องวัดความเร็วบนหน้าจอไว้ให้ดี เปลี่ยนเกียร์เมื่อเข็มเปลี่ยนเป็นสีเขียว (ซึ่งเป็นช่วงที่ยากอยู่เหมือนกัน แต่ผมเชื่อว่าคุณต้องทำได้แน่) ส่วนโหมดสุดท้ายที่เรียกว่าสปีดนั้น เป็นการขับที่จำเป็นต้องใช้ความเร็วสูงสุดจึงจะได้มาซึ่งชัยชนะในสนามนี้ เมื่อลองดูโหมดการแข่งขันภายในเกมก็ไม่ได้มีจุดสนใจหรือนำเสนอรูปแบบการเล่นที่แปลกใหม่สักเท่าไรนัก น่าจะมีรูปแบบการแข่งขันที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาสักหน่อย
ในระหว่างการแข่งขันหากรถของคุณเกิดได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการขับรถไปชนขอบข้างสนามหรือเฉี่ยวเข้ากับรถคันอื่น หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว คุณจำเป็นต้องซ่อมแซมรถให้อยู่ในสภาพดีก่อนจึงจะแข่งขันในสนามต่อไปได้ อาจจะใช้เงินหรือใช้บัตรในการซ่อมซ่อมรถก็ได้ ผมขอแนะนำว่าถ้ารถได้รับความเสียหายมาก ควรใช้บัตรซ่อมรถแทนจะดีกว่า เพราะถ้าซ่อมด้วยการจ่ายเงิน อาจทำให้ไม่มีเงินเหลือพอในการแต่งรถเลย (ราคาค่าซ่อมรถค่อนข้างแพงเลยทีเดียว)
เมื่อมองในภาพรวมของเกม Need for Speed: ProStreet แล้ว นับว่ายังไม่ได้สร้างรูปแบบการเล่นที่แปลกใหม่เท่าไรนัก ยังคงเอกลักษณ์ของเกมในตระกูล Need for Speed ไว้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเกมนี้ก็คงชื่นชอบอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ตัวผมเองยังรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก เวลาขับรถอยู่ในสนามแข่งขันแล้วมันไม่มีรถตำรวจวิ่งไล่ตามหลังหรือได้ลงแข่งรถตามเมืองใหญ่ๆ ที่ไร้กฎเกณฑ์มาผูกมัดเอาไว้มันคือ Need for Speed ในความทรงจำของผม
ข้อดี: ยังคงรูปแบบการแข่งขันที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมในตระกูล Need for Speed มีรถยนต์ให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ รายละเอียดเมื่อรถได้รับความเสียหายทำได้สมจริงทีเดียว
ข้อด้อย: เงินที่ได้จากการชนะในแต่ละสนามค่อนข้างน้อยไปหน่อย ราคาในการซ่อมรถก็ออกจะแพงไปสักหน่อย
โดยรวม: แม้ว่าใน Need for Speed: ProStreet ยังไม่ได้สร้างรูปแบบการเล่นที่แตกต่างจากเดิมเท่าไรนัก แต่ขึ้นชื่อว่า Need for Speed แล้ว คงจะไม่ทำให้แฟนเสียใจแน่



Tags: NEED FOR SPEED
